การขนย้ายนก

 

การขนย้าย ควรขนย้ายนกในช่วงเวลากลางวันเพราะนกจะไม่ตื่นมาก และกรงที่ขนย้ายควรใส่อาหารไว้สักประมาณหนึ่ง ใส่น้ำไว้เล็กน้อยหรือถ้าเดินทางระยะใกล้ก็ไม่จำเป็น การคลุมกรงด้วยผ้าจะป้องกันไม่ให้นกตื่นเนื่องจากสิ่งแวดล้อมรอบข้างต่างไป หลังจากนำนกเข้ามาในบ้านหรือโรงเรือนเลี้ยง ควรจะกักโรคไว้ดูอาการเจ็บป่วยสักระยะหนึ่งก่อน เพื่อป้องกันไม่ให้โรคติดต่อกับนกตัวเก่าที่มีอยู่ ในคืนแรกๆที่นำนกมาอยู่ในกรงใหม่ ควรเปิดไฟเพื่อให้แสงสว่างเล็กน้อย มีผ้าคลุมกรงหรือถ้าเป็นกรงใหญ่ ควรมีผ้าคลุมตรงคอนที่นกนอน เพื่อไม่ให้นกตกใจกับสิ่งแวดล้อมใหม่ๆมากนัก เพราะกลางคืน นกจะมีสายตาฝ้าฟางหากมีเงาวูบวาบหรือเสียงรบกวนนกอาจจะตื่นบินชนกรงบาดเจ็บได้ .

 

การขนย้ายนกโดยรถยนต์ การขนย้ายนกควรจะให้กรงนกอยู่ในห้องผู้โดยสาร รถที่มีแอร์ไม่ควรให้ลมแอร์เป่าโดนนกโดยตรง ไม่ควรฉีดน้ำหอมปรับอากาศในตัวรถ ควรทำความสะอาดห้องผู้โดยสารก่อนเดินทางไม่ให้มีกลิ่นแปลกปลอม ถ้าจำเป็นต้องนำนกไว้ในกระบะท้ายที่เปิดโล่งควรมีผ้าคลุมกรง เนื่องจากกระบะท้ายรถจะมีลมโกรกแรง และความร้อนสูง หากใช้กล่องกระดาษหรือลังบรรจุนก ควรเจาะรูระบายอากาศหลายๆรู เพื่ออากาศจะถ่ายเทได้สะดวก ขนาดของรูที่เจาะต้องไม่ใหญ่กว่าขนาดของหัวนกเพื่อไม่ให้นกลอดหัวทะลุรูออกมาได้ การใช้ถุงผ้าก็สะดวกพอควรสำหรับการเดินทางระยะใกล้ แต่เราจะไม่สามารถให้น้ำและอาหารนกได้ 

ระหว่างเดินทางควรตรวจดูความเรียบร้อยและความปลอดภัยของนก การขับรถรวดเดียวในระยะทางไกล นกจะเครียดได้ ควรพักสักครู่ตรวจดูความผิดปกติต่างๆ ไม่ควรทิ้งนกไว้ในรถโดยลำพังในระยะเวลานานๆ หากมีความจำเป็นต้องหยุดพักทานข้าว ซื้อของ ควรเปิดหน้าต่างรถเพื่อระบายอากาศ ไม่ควรจอดรถตากแดด หรือถ้าเลี่ยงไม่ได้ ควรนำนกลงจากรถด้วย เพราะแดดที่ร้อนจัดสามารถทำให้อุณหภูมิในรถสูงขึ้นมาก และจะทำให้นกช็อคเนื่องจากความร้อนและตายได้ หากไม่สามารถนำนกออกจากรถควรไขกระจกลงให้ระบายลมและมีอากาศถ่ายเทให้มากที่สุดแล้วรีบทำธุระให้เสร็จโดยเร็ว ตรวจดูให้แน่ใจว่านกมีน้ำดื่มเพียงพอไม่ ปล่อยให้นกกระหายหรือขาดน้ำเนื่องจากอากาศร้อน หาผ้าคลุมบังแดดในด้านใดด้านหนึ่ง ของรถในกรณีที่มีแดดแรงจัด

การขนส่งนกโดยทางเครื่องบิน

1.โหลดพร้อมสัมภาระ ผู้ส่งจะต้องขึ้นเครื่องบินไปด้วยกับนก วิธีการส่งและการรับนกที่ปลายทางจะรับของกระทำได้รวดเร็ว และสามารถรอรับที่สายพานลำเลียงสัมภาระได้เลยเหมือนสัมภาระทั่วไป โดยไม่ต้องไปผ่านวิธีการที่คาร์โก้เป็นเวลานาน และนกจะไม่เครียด แต่ผู้ส่งจะต้องนั่งเครื่องบินไปเพื่อขนย้ายนกเองโดยจะต้องเสียค่าระวางสูงกว่าระบบคาร์โก้

2 .การส่งนกโดยผ่านคลังสินค้า (Air Cargo) วิธีนี้ไม่จำเป็นต้องมีผู้ใดเดินทางไปกับนกและประหยัดเวลากับผู้ส่ง มีค่าระวางถูกกว่าการขนส่งแบบโหลดพร้อมสัมภาระ สามารถส่งได้ครั้งละหลายๆตัว โดยจะมีค่าระวางที่ยิ่งส่งมาก ค่าระวางต่อตัวก็จะลดน้อยลง มีความปลอดภัยมากกว่าในด้านป้องกันของหายโดยผู้รับจะต้องแสดงตัวตนจริงต่อคาร์โก้ โดยใช้บัตรประชาชนเพื่อรับสินค้า แต่ทางผู้ส่งจะต้องเสียเวลาก่อนส่งเตรียมนกก่อนส่งและไปถึงคาร์โก้ก่อนเครื่องบินไฟลท์นั้นจะออกอย่างน้อย 2 ชั่วโมง ผู้รับสามารถรับได้ที่อาคารคลังสินค้าปลายทางได้หลังจากไฟลท์ลงจอดเป็นเวลา 1 ชั่วโมง.

ขั้นตอนการเตรียมนกสำหรับส่งทางอากาศ

1. เตรียมนกให้อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่สงบ ไม่มีคนพลุกพล่าน ละลายยาแก้เครียดหรือยาปฏิชีวนะให้กินก่อนเพื่อป้องกันการเครียดและเจ็บป่วย

2. นำนกบรรจุลงในกรงขนส่งซึ่งควรแบ่งกรงเป็นช่องเล็กๆเพื่อแยกนกแต่ละตัว ไม่ให้ปนกันหรือจิกตีกัน มีขนาดไม่ใหญ่จนเกินไป หรือเล็กจนคับแคบจนนกเกิดความเครียดหรือบากเจ็บ

3. การขนส่งภายในประเทศที่ไม่ใช้เวลานานนักก็ไม่จำเป็นต้องเอาอาหารหรือน้ำใส่ไปด้วย แต่หากขนส่งในระยะทางไกลๆควรจะมีภาชนะใส่อาหารและน้ำและระวังไม่ให้หกเรี่ยราดจนตัวนกเปื้อน ภาชนะใส่น้ำควรใส่ฟองน้ำข้างในเพื่อไม่ให้น้ำหกและนกสามารถดื่มกินได้

4. หากมีการพรางแสงไม่ให้นกเห็นสิ่งแวดล้อมภายนอกก็จะทำให้นกไม่ตื่นตกใจ ช่วยลดความเครียดให้กับนก

5. จากนั้นเดินทางไปสนามบินได้เลย ระหว่างเดินทางควรหลีกเลี่ยงการกระทำอันที่จะทำให้กรงบรรจุนกตากแดดแรงๆ

6. นำไปส่งที่คลังสินค้าในประเทศหรือสถานที่ขนส่งนั้นๆ ลงทะเบียนผู้ส่งและผู้รับ พร้อมสถานีปลายทาง สำหรับข้อมูลผู้รับอย่างน้อยต้องมีหมายเลขโทรศัพท์มือถือหรือหมายเลขโทรศัพท์ที่ติดต่อได้

7. หลังจากชั่งน้ำหนักและตรวจสอบเที่ยวบิน ตลอดจนกรอกรายละเอียดเรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่จะมอบสติกเกอร์ ให้ติดที่กล่อง

8. แจ้งผู้รับสินค้าถึงเที่ยวบินที่ส่งสินค้าไปด้วย ผู้รับสินค้าที่ปลายทางจะสามารถรับสินค้าได้หลังจากเครื่องบินลงจอดที่ท่าอากาศยานแล้ว 1 ชั่วโมง โดยรับที่อาคารคลังสินค้าของสถานีปลายทาง

© CopyRight, All Rights reserved.

สงวนลิขสิทธิ์ในนาม nokkhao.com ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537