หลักการปล่อยนกที่ถูกต้อง

 


 

เมื่อมีนกที่เกิดจากการเพาะที่มากเกินและไม่สามารถเลี้ยงได้อาจจะปล่อยเพื่อให้พันธุ์ของมันได้ไปผสมกับนกธรรมชาติ เพื่อก่อให้เกิดพันธุกรรมที่หลากหลายและเพิ่มจำนวนนกในธรรมชาติ หรือได้ไปเห็นนกป่าที่ถูกจับมาเลี้ยงแล้วขังอยู่ในกรงเล็กๆน่าสงสารแล้วช่วยนกนั้นด้วยการซื้อเพื่อนำมาปล่อยก็ได้บุญดี แต่นกที่เคยอยู่ในกรงนั้นบางครั้งจะลืมสัญชาติญาณการเอาชีวิตรอด ถ้าคุณปล่อยมันไปเลยโดยไม่ได้คำนึงถึงหลักเหล่านี้อาจทำให้นกนั้นไม่สามารถดำรงชีวิตได้ในธรรมชาติ หลักที่ว่ามีดังนี้

 

 

 

 

หมายเหตุ : ข้อแนะนำบางข้อที่กล่าวมาข้างต้นอาจไม่ต้องใช้หากนกที่เราได้มาเป็นนกป่าที่ถูกจับมาและเลี้ยงอยู่ในช่วงสั้นๆ นกประเภทนี้ยังจำสัญชาติญาณการดำรงชีวิตของมันได้ ส่วนนกที่ถูกเลี้ยงในกรงหลายปี ก่อนปล่อยต้องทำตามขั้นตอนที่กล่าวมาก่อนเพื่อให้นกที่ปล่อยไปได้มีชีวิตอยู่ตามธรรมชาติอย่างแท้จริง มิใช่ปล่อยไปเพื่อเป็นอาหารสัตว์อื่นหรือถูกจับอีกครั้ง จากที่คุณอยากจะทำบุญก็อาจกลายเป็นการทำบาปไปโดยไม่รู้ตัว

© CopyRight, All Rights reserved.

สงวนลิขสิทธิ์ในนาม nokkhao.com ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537

 
  1. นกที่อยู่ในกรงแข่งหรือกรงเดี่ยวเป็นเวลานาน จะมีการบินที่ผิดปรกติไป เนื่องจากนกที่อยู่ในกรงเล็กๆจะไม่ได้บินหรือกระพือปีกเต็มที่ กล้ามเนื้อที่ใช้บินจะล้าและลีบเล็กลง หากได้มาควรปล่อยในกรงพักหรือกรงบินขนาดใหญ่ เพื่อให้นกได้ฝึกบินอย่างเต็มที่และฟื้นฟูกล้ามเนื้อสำหรับบินให้แข็งแรง เมื่อมันได้ออกไปอยู่ในธรรมชาติ จะได้หลบหลีกศัตรูได้อย่างคล่องแคล่ว

 

  2. นกที่เคยเลี้ยงอยู่ในกรงเป็นเวลานานมักจะไม่กลัวคน เมื่อปล่อยไปแล้วมันอาจจะถูกจับโดยคนอื่นเพื่อไปเป็นอาหารหรือเอาไปเลี้ยงโดยไม่รู้หลักการเลี้ยงที่ถูกต้อง ควรจะสอนให้นกรู้จักกลัวคน โดยพยายามที่จะไม่ไปคลุกคลีอยู่กับนก ควรย้ายกรงนกที่จะปล่อยให้ไกลคน ทำให้นกตกใจบ้างโดยการตบที่กรงเพื่อให้มันตื่นเรียนรู้ว่าคนคือสิ่งอันตราย เมื่ออยู่ตามธรรมชาติมันจะได้บินหนีไปก่อนเมื่อคนมาใกล้

 

  3. สอนให้กลัวกรงต่อนก หากมีกรงต่อนก หรือสามารถยืมจากเพื่อนฝูงได้ ควรสอนให้นกรู้จักกลัวกรงต่อนกเพื่อนกจะไม่ได้ติดกับ โดยเอากรงต่อนกที่มีลักษณะคล้ายกับกรงต่อนกชนิดนั้นๆ นำเอากระป๋องหรือภาชนะที่เกิดเสียงใส่ในกรงต่อ เขย่าให้เกิดเสียงดังให้นกรู้จักกลัวกรงต่อ แต่ไม่ควรทำให้มันตกใจมากเกินไปนกบางตัวอาจจะตื่นจนบินชนกรงบาดเจ็บได้

 

  4. เช็คขนปีกขนหางและสุขภาพนกก่อนปล่อย นกที่มีสุขภาพดีและมีปีกที่พร้อมจะบินจะมีแนวโน้มที่จะอยู่รอดจากศัตรูมากกว่านกที่ไม่พร้อม ปีกนกก็สำคัญ นกบางตัวอาจมีปีกที่ยังขึ้นไม่พร้อม ก็ต้องรอให้นกตัวนั้นมีปีกที่สมบูรณ์ก่อนที่จะปล่อยไป

 

  5. เลี้ยงไม่ให้นกอ้วนเกินไป ไม่ควรให้อาหารนกมากเกินไปเพราะนกที่อ้วนจะหลบหลีกศัตรูได้ยากและอาจถูกนกเหยี่ยวหรือสัตว์อื่นๆจับกินไปก่อน การให้อาหารก็ไม่ควรให้จนเหลือ ให้พอเพียงและหมดภายในวันเดียว เพื่อนกจะได้เรียนรู้การหิวและมีน้ำหนักตัวที่พอเหมาะ

 

  6. สอนให้นกกินอาหารที่มีอยู่ตามธรรมชาติ นกที่กินเมล็ดพืชเราควรนำเมล็ดหญ้าที่มีอยู่จริงตามธรรมชาติใส่ในกรงให้นกคุ้นเคยกับการกินอาหารแบบนี้ด้วย ส่วนนกที่กินแมลงควรหาแมลงที่เป็นอาหารนกนั้นๆให้กินบ้าง

 

  7. บริเวณที่ปล่อยนก ควรมีนกชนิดนั้นๆอยู่ตามธรรมชาติด้วย เพราะนกตามธรรมชาติจะมีส่วนสอนให้นกปล่อยอยู่รอดโดยไม่มีคนเลี้ยงได้

 

  8. ไม่ควรปล่อยนกตอนพลบค่ำ เพราะนกจะไม่ทันปรับตัวให้เข้ากับบรรยากาศ ควรปล่อยตอนเช้าอากาศไม่ร้อนไม่มีพายุฝน เพื่อให้นกปรับตัวและหาที่อยู่ที่นอนหลบซ่อนศัตรูก่อนตะวันตกดิน เพราะตามธรรมชาติ นกเค้าแมวหรือนกกลางคืนจะเป็นศัตรูอันตรายอีกชนิดหนึ่งของนกด้วยกันเอง เพราะมันจะออกล่าเหยื่อในเวลาที่นกทั่วไปตาฝ้าฟางในตอนกลางคืนและนกเราจะถูกจับกินได้โดยง่าย หากพบนกที่เราปล่อยนอนในสถานที่ๆไม่ปลอดภัย

 

  9. นกที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ต่างประเทศ หรือนกที่มีถิ่นกำเนิดที่แปลกออกไปจากภูมิประเทศบ้านเรา ไม่ควรปล่อยออกไปอยู่ตามธรรมชาติเป็นอันขาด เพราะนกจะไม่สามารถปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมบ้านเราได้เลย หรือนกบางชนิดอาจจะปรับตัวได้ดีเกินไปอาจจะไปเบียดเบียนนกถิ่นเดิม ซึ่งอาจมีส่วนทำให้นกถิ่นเดิมลดน้อยลงจนสูญพันธุ์ได้ นกประเภทนี้ควรจะมอบให้สวนสัตว์ดูแลแทน