นกด่าง                      


นกด่างเกิดจากระบบของร่างกายนกตัวนั้นไม่ได้ผลิตเม็ดสีหรือมีการผลิตเม็ดสีบกพร่องในบางส่วนของร่างกาย จึงทำให้ขนบางส่วนมีเม็ดสีน้อยหรือขาดเม็ดสีและแสดงลักษณะของขนไล่ตั้งแต่ขนสีขาวหรือสีอ่อนจนถึงสีเข้ม นกเขาที่เป็นนกด่างถือกำเนิดมาจากนกป่าโดยเป็นนกปรกติผสมพันธุ์กันและเกิดเป็นนกด่างโดยธรรมชาติโดยบังเอิญ ผู้เลี้ยงจึงเห็นเป็นนกแปลกและสวยงามจึงได้นำมาขยายพันธุ์ นกด่างมีสองประเภท คือ

ด่างเป็นตำแหน่ง นกจะมีหัวขาว ปีกขาว ขนตะโพกขาว และลักษณะของนกด่างก็สามารถสืบทอดได้ทางยีนของนก ตำแหน่งของความด่างจะสามารถสืบทอดได้ถึงรุ่นลุกรุ่นหลาน โดยนกที่เกิดมาจากพ่อแม่นกด่างจะมีส่วนที่ด่างคล้ายคลึงกันกับพ่อแม่ นกด่างชนิดนี้ ต้นกำเนิดจะมีสีขาวแซมอยู่เป็นบริเวณน้อย แต่เมื่อมีการพัฒนาพันธุ์กันมาระยะหนึ่ง นกมีขนสีขาวมากขึ้น ตำแหน่งของขนที่เป็นสีน้อยลง มีความสวยงามมากกว่านกสมัยก่อน

ด่างเป็นจุดหรือด่างแบบกระ นกจะมีการด่างของขนเป็นเส้นๆไป ดูห่างๆเหมือนนกมีขนขาวแซมเป็นจุดๆ ด่างเช่นนี้หาได้น้อยมาก ยังไม่ปรากฏแพร่หลาย

ด่างที่เป็นยีนเด่น และด่างที่เป็นยีนด้อย

นกด่างเป็นตำแหน่ง(แบบแรก) แบ่งออกได้เป็นอีก 2 ประเภทคือ นกด่างที่มียีนเป็นยีนเด่น และนกด่างที่มียีนเป็นยีนด้อย นกสองประเภทนี้เป็นนกด่างเหมือนกัน แต่มียีนเด่นและด้อยต่างกัน

นกด่างที่เป็นยีนเด่น จะแสดงลักษณะข่มต่อนกสีอื่นๆได้ นกด่างที่เป็นยีนเด่นคือนกด่างสมัยแรกๆที่มีสีขาวบนลำตัวน้อย นกด่างชนิดนี้มีต้นกำเนิดมาจากนกป่า ภายหลังนกชนิดนี้ถูกผสมจนยีนผสมกันและเปลี่ยนแปลงจนเกิดเป็นยีนด้อย นกด่างที่เกิดมาปัจจุบันจะมีขนขาวมากขึ้น

การเข้าคู่ ลักษณะของลูกที่ได้
นกด่างที่เป็นยีนเด่น + นกสีอื่น นกด่างที่เป็นยีนเด่น 50%

นกสีอื่น 50%

นกด่างที่เป็นยีนเด่น + นกด่างที่เป็นยีนเด่น นกด่างที่เป็นยีนเด่นทุกตัว

นกด่างที่มียีนเป็นยีนด้อย เป็นนกด่างที่ผ่านการพัฒนาสีมาหลายทอดจนมียีนที่บกพร่องหลายชนิดอยู่ในนก หรือเป็นนกด่างที่เกิดจากการผสมนกสีหนึ่งเข้ากับยีนด่าง แล้วยีนหรือบางส่วนของโครโมโซมแลกเปลี่ยนในคู่ของกัน(Crossover)จนเกิดเป็นนกด่างที่มีขนเป็นสีของนกที่นำมาเข้าคู่กับยีนด่าง เช่น นำนกสีแดง เข้าคู่กับนกด่าง จะมีลูกนกจำนวนน้อยมากๆที่ออกมาเป็นแดงด่าง ซึ่งเป็นที่มาของชนิดนี้ ภายหลังจึงได้นำนกแดงด่างมาขยายพันธุ์จนเป็นที่รู้จัก นกด่างที่เป็นยีนด้อย จะไม่สามารถให้ลูกที่เป็นด่างได้เลยเมื่อผสมกับนกปรกติ แต่ลูกที่ได้นั้นจะมียีนแฝงเป็นด่างและจะให้รุ่นหลานเป็นด่างได้เมื่อนำมาผสมกันอีกครั้ง นกด่างที่เป็นยีนด้อยก็จะได้แก่ นกด่างที่มีขนขาวมากๆ(ที่เป็นที่นิยมในปัจจุบัน ) นกแดงด่าง หม้อใหม่ด่าง เกล็ดแก้วหม้อใหม่ด่าง

การเข้าคู่นกด่างที่เป็นยีนด้อย

การเข้าคู่ ลักษณะของลูกที่ได้
นกด่างยีนด้อย + นกสีอื่น นกสีอื่นแฝงด้วยยีนด่าง 100%
นกสีอื่นแฝงยีนด่าง + นกสีอื่นแฝงยีนด่าง นกสีอื่น 25%

นกสีอื่นแฝงยีนด่าง 50%

นกด่างที่เป็นยีนด้อย 25%

นกด่างที่เป็นยีนด้อย + นกด่างที่เป็นยีนด้อย นกด่างที่เป็นยีนด้อย 100%

นอกจากนี้นกด่างยังมียีนที่ต่างออกไปจากยีนเด่นและยีนด้อยอีกด้วย ในบางกรณียีนนกด่างอาจจะเป็นยีนเด่นไม่สมบูรณ์(incomplete dominant) ซึ่งเมื่อนำนกชนิดนี้ไปผสมกับนกสีแบบนกป่า จะเกิดลูกนกที่มีแต้มสีขาวเป็นบริเวณเล็กๆ หรือไม่ด่างทั้งตัว

หมายเหตุ : นกสีปรกติ(normal)ที่นำมาเข้าคู่คือนกที่มีสีแบบนกป่าที่เกิดขึ้นจากการเพาะนกแฟนซี ไม่ใช่นกที่จับมาจากป่า(wild)

© CopyRight, All Rights reserved.

สงวนลิขสิทธิ์ในนาม nokkhao.com ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537