นกเกล็ดแก้ว
เป็นนกเขาที่มีถิ่นกำเนิดมาจากนกป่าภาคตะวันออก แถบจังหวัดระยอง ถูกค้นพบมาประมาณสิบกว่าปีมาแล้ว แต่ถูกขยายพันธุ์ในพื้นที่ของอ.มหาชัย เดิมถูกเรียกว่านกเกล็ดหิมะ แต่ชื่อไม่ค่อยเหมาะกับถิ่นกำเนิดที่แท้จริงของนก เพราะประเทศแถบร้อนอย่างประเทศไทยไม่มีหิมะ จึงเปลี่ยนชื่อมาเป็นนกเกล็ดแก้ว
นกเกล็ดแก้วที่เห็นกันมากมายหลายสีในปัจจุบัน
เป็นนกที่เกิดมาจากนกเกล็ดแก้วเพียงตัวเดียวเท่านั้น
และการเพาะพันธุ์ในครั้งแรกเริ่ม เกือบจะสูญนกสีแปลกที่หายากไปเสียแล้ว
แต่ด้วยความเก่งของนักเพาะพันธุ์หลายราย
จึงทำให้มีนกเกล็ดแก้วแตกแขนงออกเป็นหลายประเภทในเวลาไม่นาน
เมื่อประมาณ 10ปีก่อน นกเกล็ดแก้วคู่แรกถูกจับมาจากป่า
เป็นนกเขาใหญ่ที่มีสีแปลกกว่านกเขาใหญ่อื่นๆ เนื่องจากมีแต้มสีดำขนาดใหญ่ปรากฏบนปีก
มีสร้อยคอที่ต่างไปจากนกเขาใหญ่โดยทั่วไปคือส่วนสีดำจะหายไป
เหลือแต่จุดสีขาวบนพื้นสีขาวหรือเทา
ซึ่งถ้ามองดีๆจะเห็นว่าส่วนของจุดและพื้นเป็นสีที่ต่างกัน เริ่มแรกเลย
นกเกล็ดแก้วที่ได้มาจากป่านั้น ถือเป็นนกที่ผ่าเหล่าจากนกป่า
นกคู่นี้ได้มาจากจังหวัดระนอง โดยชาวบ้านได้จับจากป่ามาเลี้ยง เมื่อคุณแม็คและม้อน
จากจ.สมุทรสาคร ไปเจอ จึงนำมาเลี้ยงและเพาะที่ฟาร์ม
ครั้งแรก การเพาะนกเกล็ดแก้วคู่นี้ถูกจับคู่เข้าด้วยกัน
มีลูกนกออกมามีทั้งสีเหมือนนกเขาใหญ่ธรรมดา(split)
และมีลูกนกบางส่วนขนออกสีคล้ายนกเกล็ดแก้ว
แต่นกที่สีแบบเกล็ดแก้วนี้มักตายตั้งแต่เล็ก เนื่องจากไม่แข็งแรง
และมีบางตัวที่ออกมาเป็นเกล็ดแก้ว เลี้ยงรอดจนโตได้ แต่เป็นนกพิการ
นกที่เป็นยีนแฝง(split)ที่เหลืออยู่จึงถูกซื้อไปเพาะที่บางบัวทองบ้าง ที่ชลบุรีบ้าง
และที่บ้านผู้การวิจินต์
นกคู่แรกที่เป็นเกล็ดแก้วก็ยังถูกเพาะต่อไป แต่ภายหลังนกตัวผู้ถูกงูกัดตาย
เหลือตัวเมียกับลูกตัวผู้ที่เป็นสปลิท ผู้การวิจินต์เลยซื้อคู่นั้นมาเพาะที่บ้าน
เมื่อได้มาผู้การก็นำตัวเมียที่เหลือ เข้ากับลูกตัวผู้ที่เป็นsplit
แต่เลี้ยงไปไม่นาน ตัวเมียเกิดตายโดยไม่ทราบสาเหตุ ผู้การเลยกลับไปซื้อนกที่เป็นสปลิทมาอีกหนึ่งคู่
ในราคา 15000 บาท การผสมครั้งต่อมา มีลูกที่เป็นนกเกล็ดแก้วแท้ เกิดขึ้นไม่เกิน 25
เปอร์เซ็นต์ของนกทั้งหมด ที่เหลือเป็นsplitกับนกธรรมดา
ส่วนสายทางชลบุรีก็นำเอานกเกล็ดแก้วที่เป็นสปลิทไปผสมแล้วเกิดเป็นเกล็ดแก้วแท้
และนำนกนั้นไปผสมนกสีแดง แต่ลูกที่ได้เป็นเกล็ดแก้วเสียส่วนมาก
บางเจ้าก็นำไปผสมกับนกด่าง เพื่อให้เกิดเป็นเกล็ดแก้วด่าง
แต่ในขั้นแรก(F1)ยังไม่มีเกล็ดแก้วด่างเกิดขึ้นเลย
มีแต่นกเกล็ดแก้วที่แฝงยีนด่างออกมา ส่วนอีกราย
ที่นำนกเกล็ดแก้วมาผสมกับนกสีแดง(น้ำตาลออกแดง)ก็ยังไม่ปรากฏเกล็ดแก้วแดงเกิดขึ้น
ไม่เกินความพยายามของนักเพาะพันธุ์ ต่อมาจึงมีนกเกล็ดแก้วสีใหม่เกิดขึ้นจำนวนมาก
เช่นนกเกล็ดแก้วหม้อใหม่ นกเกล็ดแก้วแดง นกเกล็ดแก้วสีเทา ซึ่งมีความสวยงาม
แต่ยังไม่มีความด่างปน
ขณะนี้เกล็ดแก้วได้ถูกผสมขึ้นมาหลายสีและเริ่มจะมีนกด่างที่เป็นสีต่างๆบวกกับมีขนแบบนกเกล็ดแก้วเริ่มออกมาบ้างแล้ว
แต่นกที่มีความด่างในระดับสวยๆ ยังมีคนเพาะได้น้อย
แต่จะมีสีอะไรที่ออกมาใหม่และเป็นที่ต้องการของตลาด ต้องรอชมกัน
© CopyRight, All Rights reserved.
สงวนลิขสิทธิ์ในนาม nokkhao.com ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537