นกเขาชวาเสียง2                    
 

 

ระยะการเลี้ยงนกเขาเล็ก

1. นกเขาชวา ฟักไข่ประมาณ14-15วัน ลูกนกออกจากไข่ตัวยังไม่มีขนและตาปิด เมื่ออายุครบ7วันตาจะเปิด ช่วงนี้เป็นช่วงที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ เนื่องจากนกยังมีขนปกคลุมตัวน้อยและเสี่ยงต่อการโดนยุงกัดและติดเชื้อฝีดาษ หากนกติดเชื้อในช่วงนี้ลูกนกอาจจะตายได้ ลูกนกช่วงนี้จะกินอาหารที่พ่อแม่นกย่อยแล้วขั้นหนึ่งก่อนจากพ่อแม่นกที่สำรอกอาหารและน้ำนมนกออกมาทางปาก

2. อายุประมาณ10-12วัน จะเริ่มหัดบิน ตอนนี้ต้องระวังว่าลูกนกตกลงมาจากรังและกลับขึ้นรังไม่ได้ 14-17วันเริ่มหัดกินอาหารเองเริ่มบินคล่องและบินขึ้นคอนเองได้ อายุประมาณ20วันก็จะเริ่มเอาตัวรอด

3. อายุประมาณ 40-50วันจะเริ่มมีเสียงร้องเบาๆ เรียกว่าเสียงโกรก ผู้เลี้ยงบางท่านสามารถฟังเสียงโกรกแล้วรู้ได้เลยว่านกตัวนั้นๆโตขึ้นมาจะมีเสียงร้องแบบไหน ช่วงนี้จะเอามาปล่อยกรงบินเพื่อให้นกหัดบินออกกำลังอย่างเต็มที่ ปล่อยกรงบินยิ่งนานนกยิ่งแข็งแรง แต่นกจะเปรียวหัดให้เชื่องยาก หากปล่อยกรงบินระยะเวลาสั้น นกจะไม่ได้ฝึกบินเพื่อขยายกล้ามเนื้อทำให้นกตัวนั้นๆเล่นได้ไม่นาน ซึ่งต้องคำนึงถึงจุดนี้ด้วย บางรายปล่อยลูกนกอยู่ในกรงบินจนถึงอายุ5เดือน แล้วค่อยเอามาฝึก วิธีเช่นนี้จะได้ลูกนกที่แข็งแรง แต่จะทำให้นกขึ้นช้า ขันจับตับยาวเมื่ออายุ 15เดือนเป็นต้นไป

4. อายุประมาณ4เดือนเป็นต้นไปจะมีการขันโกรกและมีการขันโยนปนกัน นำมาใส่กรงเดี่ยวเพื่อเตรียมฝึกรอก

5. อายุประมาณ6เดือน มีการขันโยนมากขึ้น สามารถรู้ได้ว่านกตัวไหนมีปลายนิยมมากหรือพยางค์ดีเพียงใด ช่วงนี้ฝึกรอกได้ตั้งแต่8.30ถึงประมาณ10.00 และขยายเวลาออกไปทีละนิด

6. อายุประมาณ7-8เดือนเริ่มขันจับตับสั้นๆ20คำถึง30คำก่อน และเมื่อนกคุ้นกับการฝึก จะขันจับตับยาวมากขึ้น นกที่ชอบขันจับตับยาวจะเริ่มนำไปแข่งตั้งแต่อายุ9เดือน แต่นกบางตัวจะเป็นนกปากหนักคือเริ่มขันจับตับยาวช้ากว่านกทั่วไป ต้องฝึกอีกจนกว่าจะขันจับตับยาวๆ แต่หากคุณภาพเสียงใช้ไม่ได้ในช่วงนี้ ก็ควรพิจารณาคัดนกนั้นออก เพราะเสียงนกจะไม่เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นตลอดอายุนก มีแต่จะเปลี่ยนไปในทางที่เลวลง

 

© CopyRight, All Rights reserved.

สงวนลิขสิทธิ์ในนาม nokkhao.com ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537

การฝึกรอกนกเขาเล็ก

การฝึกรอกนกเขาคือการนำนกเขาที่อยู่ในกรงแข่ง ขึ้นไว้บนรอกที่สูง เพื่อให้นกเขาได้มีจิตใจที่ฮึกเหิม เหมือนกับที่มันได้อยู่ตามธรรมชาติที่ช่วงเช้าของทุกวัน นกตัวผู้จะเกาะต้นไม้ในบริเวณที่มันหากิน โดยเลือกเกาะกิ่งไม้ที่สูงที่สุดเพื่อประกาศอาณาเขต หรือเพื่อสื่อสารให้นกตัวอื่นๆได้รู้ว่าบริเวณนี้เป็นถิ่นของมัน การฝึกรอกนกจะเริ่มตั้งแต่เวลา8.30 น.ซึ่งเป็นเวลาที่ใช้ในการแข่งขัน และเป็นเวลาที่นกร้องบ่อยและคึกที่สุด นกจะขันด้วยเสียงอันไพเราะและเต็มเสียงเมื่ออากาศดีพร้อมกับแสงแดดที่เป็นประโยชน์ในยามเช้า
1. หลังจากลูกนกอายุได้ประมาณ3-4เดือนที่ปล่อยให้บินออกกำลังในกรงบินแล้ว นำมาใส่กรงแข่ง นำนกขึ้นรอกความสูงแค่ครึ่งรอกก่อน ตั้งแต่เวลาเช้าตรู่ ช่วงเวลาที่พระอาทิตย์ขึ้น เนื่องจากแสงแดดจะอ่อนมีประโยชน์ และอากาศไม่ร้อนจนเกินไป เมื่อเวลา9.00ก็นำรอกลงให้อาหารเสริมพวกมิลเล็ตและเมล็ดหญ้าเพื่อเป็นรางวัล การขึ้นรอกต้องระวังอย่าให้นกตกใจ เพราะนกอาจจะกลัวต่อการขึ้นรอกไปนาน
2. นำนกขึ้นรอกเวลาเดิมปรับระดับความสูงบนรอกเพิ่มขึ้นเรื่อยๆทุกวันไปจนสุดปลายรอก และขยายเวลาบนรอกจนถึงเวลา10.00น. เป็นเวลาประมาณ1เดือน ในระยะนี้นกบางตัวจะเปิดเสียงขันจริงๆออกมา สามารถคัดคุณภาพนกได้บ้าง
3. นำนกขึ้นรอกเหมือนเดิม แต่ขยายเวลาบนรอกเป็นเวลา11.00น. เป็นเวลาประมาณ1เดือน ช่วงนี้ลองเปลี่ยนรอกไปรอกอื่นที่อยู่ใกล้ๆกับรอกเก่า เพื่อหัดให้นกคุ้นกับการเปลี่ยนสถานที่
4. นำนกขึ้นรอกเวลาประมาณ8.30น. และขยายเวลาบนรอกลงเป็นเวลา11.30น. ซึ่งเวลานี้เป็นเวลาเดียวกันกับการแข่งจริง ช่วงนี้ฝึกให้นกคุ้นเคยกับการขึ้นรอกในสถานที่ที่ห่างออกไป หรือฝึกในสนามที่จะใช้แข่งก็ได้ ช่วงท้ายๆของการฝึก หัดให้นกชินกับการนั่งรถโดยมีผ้าคลุมป้องกันนกตื่น  ในช่วงเวลาที่จะออกแข่งขัน อาจเป็นช่วงเช้ามืดเป็นการจำลองเวลาที่จะออกไปแข่งสนามใกล้ๆ
5. เมื่อนกอายุได้อายุช่วง5เดือนหรือแล้วแต่ความพร้อมของนก นำออกแข่งรายการเล็กๆ เลือกแข่งสนามที่มีนกจำนวนไม่มาก ระยะไม่ห่างจากบ้านมากเท่าไหร่นัก เพื่อให้นกคุ้นเคยกับการเดินทาง และเรียนรู้การแข่งขัน

ข้อควรระวังในการฝึกรอก
- ไม่ควรให้ผู้อื่นขึ้นรอกให้ เพราะนกจะตื่นกลัวอาจไม่ขัน
- ไม่ควรให้บุคคลอื่นมามุงดูนกหรือรบกวนนกก่อนขึ้นรอก
- ในการฝึกรอกไม่ควรทิ้งนกบนรอกเลยระยะเวลาแข่งขัน เพราะช่วงนั้นแดดจะแรงและนกจะไม่เคยชินกับการขึ้นรอก
- ในการฝึกรอกไม่ควรทิ้งนกบนรอกข้ามคืนข้ามวัน เพราะนกอาจป่วยเนื่องจากลมโกรก ถูกฝน น้ำค้าง และศัตรูตามธรรมชาติ เช่นเหยี่ยว แมลงมีพิษ หรือสัตว์เลื้อยคลานที่จะมาทำอันตรายต่อนก