กติกาการแข่งนกเขาชวาในอินโดนีเซีย

 

 

 การจัดการแข่งขันนกเขาชวาในอินโดนีเซีย จะมีองค์กรที่เป็นหลักในการจัดของประเทศคือ P3SI ( Persatuan Pelestari Perkutut Seluruh Indonesia ) เป็นองค์กรที่ไม่แสวงผลกำไร เพื่อเป็นการรวบรวมพบปะเหล่านักนิยมการแข่งขันนกเขาชวา เผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับการเลี้ยงนกเขาชวา ปรับปรุงพันธุ์นกเขาชวา การอนุรักษ์นกตามธรรมชาติ และที่สำคัญ จัดการแข่งขันนกเขาชวางานใหญ่ๆโดยศูนย์กลางอยู่ที่กรงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นศูนย์ที่จะกระจายข้อมูลข่าวสารไปยังจังหวัด เขต จนถึงเมืองเล็กๆ ปัจจุบัน P3SI ขยายกำลังไปกว่า16จังหวัด 75เขตด้วยกัน

การแข่งขันนกเขาชวาในประเทศอินโดนีเซีย แบ่งออกเป็น4ระดับการแข่งขัน คือ ระดับท้องถิ่น ระดับเขต ระดับภูมิภาค และระดับประเทศ โดยการแข่งขันจะมีการเปิดโอกาสให้นักเล่นนกทุกสารทิศได้เข้าร่วมแข่งขัน

การแข่งขันระดับภูมิภาคจะมีการจัดเป็นถ้วยระดับ ภูมิภาค ถ้วยจากนายกเทศมนตรีประจำภูมิภาค ถ้วยงานเฉลิมฉลองเทศกาลเป็นต้น การจัดแข่งขันจะแข่งในพื้นที่โล่ง 5*5 หรือ5*6 เมตร รอกสูงประมาณ 7-7.5เมตร ระยะระหว่างรอก 4-5เมตร มีกรรมการ3-4คน โดยจะต้องมีผู้ประสานงานอย่างน้อยสองคน และมีอย่างน้อย 1-2คนเป็นผู้ตัดสิน กรรมการ 4ท่านจะมีธงสีต่างๆเพื่อให้คะแนน

การแข่งใหญ่จะจัดขึ้นก่อนวันเทศกาลหนึ่งวัน เช่นเทศกาลHUT RI, Hari Pahlawan, Hari Kesaktian Pancasila โดยการแข่งขันในรอบนี้จะมีตัวแทนจาก P3SIมาร่วมตัดสิน การแข่งระดับนี้จะแบ่งพื้นที่เป็นส่วนๆ ส่วนละ 5*5เมตร-6*6เมตร ความสูงของรอกประมาณ 7-7.5เมตร และระยะระหว่างรอกประมาณ 4-5เมตร โดยมีกรรมการ4ท่าน แต่ละท่านจะมีผู้ประสานงาน2ท่าน มี1-2ท่านเป็นผู้ตัดสิน และมีคนปักธง4คน นกที่จะให้คะแนนได้ต้องมีการขันอย่างน้อย 5คำขึ้นไป

ส่วนการแข่งขันระดับประเทศจะเป็นการแข่งขันที่รวบรวมเอานกระดับแชมป์จากงานใหญ่ๆมาแข่งกันเช่น นกจากงานประจำปีของ P3SI นกจากงานครบวันจัดตั้งของ P3SI นกจากงานHari Lingkungan Hidup. งานครั้งนี้ถือได้ว่าเป็นงานครั้งใหญ่ มีรอกประมาณ150รอก มีการแบ่งพื้นที่เป็นส่วนๆ ส่วนละ 5*5เมตร-6*6เมตร ความสูงของรอกประมาณ 7-7.5เมตร และระยะระหว่างรอกประมาณ 4-5เมตร มีกรรมการ4ท่าน แต่ละท่านจะมีผู้ประสานงาน2ท่าน มี2ท่านเป็นผู้ตัดสิน และมีคนปักธง2คน นกที่จะให้คะแนนได้ต้องมีการขันอย่างน้อย 8คำขึ้นไป เมื่อนกที่ได้รางวัลระดับนี้จะไม่มีสิทธิ์เข้าแข่งในระดับภูมิภาคอีก ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้นกหน้าใหม่ๆได้เข้ามาในวงการและนกที่ได้รับรางวัลใหญ่ๆจะถือเป็นความภูมิใจของเจ้าของอย่างมาก

ส่วนการแข่งขันที่นอกเหนือไปจากการแข่งใหญ่ๆ จะมีการแข่งอีกสามแบบคือ 1.แข่งลูกนก  เป็นการแข่งที่จัดในวันเสาร์ตอนบ่าย ซึ่งต่างจากเวลาการแข่งขันทั่วไปเพราะลูกนกจะมีสภาพร่างกายไม่แข็งแรง จึงต้องเลี่ยงสภาพอากาศที่มีแดดจัด และกติกาการแข่งขันในระดับนี้ยังไม่มีการกำหนดเป็นมาตรฐานแน่ชัด 2.แข่งระดับjunior จัดวันอาทิตย์ 3.แข่งระดับsenior จัดวันอาทิตย์

การแข่งระดับjuniorและseniorมีธงสามเหลี่ยมสีประจำยก และมีธงสีประจำยกที่แข่งขัน การแข่งขันทั้งหมดจะมี4ยก แต่ละยกระยะเวลา 35-40นาที สำหรับนกดาวรุ่ง และ 45 นาทีสำหรับนกแข่ง และจะมีเวลาพักระหว่างยกที่ 2 และ 3 ประมาณ 15นาที การเปลี่ยนยกจะเปลี่ยนสีของธง แต่ละยกด้วย

ยกI : Putih ธงสีขาว ยกII : Merah ธงสีแดง ยกIII : Hijau ธงสีเขียว ยกIV : Kuning ธงสีเหลือง

หลังจากการส่งสัญญาณธงแต่ละสี กรรมการจะเริ่มฟังนกเมื่อนกมีการขันที่ดี กรรมการจะให้พนักงานปักธงให้ธงสีเดียว(สีเขียว)ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ว่านกตัวนั้น ได้คะแนน42คะแนน เมื่อนกตัวนั้นขันต่อไปมีการเปิดเสียงและคุณภาพเสียงที่ดี กรรมการจะฟังต่อไปอีก4คำ  เมื่อครบ กรรมการจะเปลี่ยนธงเดิมซึ่งมีสีเดียวเป็นธงที่มีสองสี โดยจะมีสีเขียวอยู่ใต้สีเหลืองเป็นสัญลักษณ์ของการให้คะแนนเป็น 42.5 เมื่อนกเปิดเสียงขันและมีคุณภาพของเสียงมากขึ้น ผู้ช่วยกรรมการจะประเมินดูว่านกมีการขันมากกว่า8คำ และคุณภาพของเสียงเป็นไปตามหลักคำหน้า คำกลางและปลาย โดยไม่มีคำเสีย ผู้ช่วยกรรมการจะแจ้งต่อผู้ตัดสินให้ฟังนกตัวนั้นๆ เมื่อฟังนกครบทุกท่านก็จะมีการตัดสินให้คะแนนเมื่อนกมีคุณภาพของเสียงที่ดี จะให้ธงสามสี(เขียว เหลือง ฟ้า)แก่นกตัวนั้น และคะแนนจะเพิ่มขึ้นเป็น43คะแนน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เมื่อนกบางตัวมีการขันที่ดีขึ้นและมีคุณภาพเสียงเป็นที่ยอมรับ นกมีการขันมากกว่า8คำ และคุณภาพของเสียงเป็นไปตามหลักคำหน้า คำกลางและปลาย โดยไม่มีคำเสีย ฟังแล้วไพเราะ นกตัวนั้นจะได้ธงสี่สี (เขียว เหลือง แดง และขาว ) คะแนนจะขึ้นเป็น43.5คะแนน

ครั้งนี้กรรมการทั้งหมดเช่น กรรมการสนาม ประธาน จะมาฟังนกและเมื่อนกตัวนั้นๆมีการขันที่ดีขึ้นและมีคุณภาพเสียงเป็นที่ยอมรับ นกมีการขันมากกว่า10คำ และคุณภาพของเสียงเป็นไปตามหลักคำหน้า คำกลางและปลาย โดยไม่มีคำเสีย ฟังแล้วไพเราะ กรรมการทั้งหมดจะให้ธง 5 สี คะแนนจะขึ้นเป็น44.5คะแนน

ธงลักษณะนี้จะใช้ในส่วนของยกที่3และ4 ที่กรรมการทุกท่านได้ฟังนกตัวนั้นๆ มีความเห็นต้องกันว่านกตัวนั้นมีการขันที่ดีเลิศ คะแนนที่ให้ก็จะยึดหลัก คำหน้า คำกลาง คำปลาย จังหวะ และน้ำเสียง โดยมีคะแนนเต็มที่ 9 คะแนน นกที่มีสิทะได้คะแนนเต็มจะหาได้ยากมาก ส่วนมากจะได้เต็มที่ประมาณ44.5

บางกรณีที่นกมีคะแนนเท่ากัน กรรมการจะดูว่าคะแนนที่ได้แต่ละยกเป็นอย่างไร โดยอิงการตัดสินตามกฎของP3SI เช่น นกที่มีคะแนนเฉลี่ยทุกยก รวม44คะแนนเท่ากัน นกตัวแรก มีคะแนนยกที่สองเป็น44.5 และคะแนนในยกอื่นมีน้อยกว่า 44.5 เปรียบเทียบกับนกตัวที่สอง มีคะแนนทุกยกได้ไม่ถึง44.5เลยสักยกเดียวแต่มีคะแนนทุกยก44เท่ากัน กรณีเช่นนี้ นกตัวแรกจะได้แชมป์ไปครองเพราะสามารถทำคะแนนสูงได้ถึง44.5 แม้ว่ายกอื่นๆจะทำได้ต่ำกว่านกตัวที่สอง

เมื่อพูดถึงนกอินโดมักจะนึกถึงนกที่มีจังหวะเยอะๆ แต่นกที่มีจังหวะปานกลางเช่นนก 4 จังหวะก็เป็นที่นิยม และมีโอกาสได้แชมป์เช่นกัน แต่นกตัวนั้นต้องมีเสียงที่ตรงกับที่นิยมของP3SI จะต้องมีการขันอย่างสม่ำเสมอ เมื่อกรรมการเดินตรวจ 8 ครั้งเห็นว่าขันได้ดีก็อาจได้รางวัลไป นกที่ขัน kleo to-te kooong ยังเป็นที่นิยมของชาวอินโดนีเซียเช่นกัน คงจะเหมือนกับไทยที่ชอบนกที่ขัน โก๊ว ระ ตะ โกง โดยจะต้องมีการวางคำที่ดี ขันช้าๆ คำแต่ละคำชัดเจน

การตัดสินของคณะกรรมการ

การตัดสินของคณะกรรมการ จะมีการให้คะแนนตั้งแต่ 7 - ขั้นพอใช้ 8 - ดี 9 - ดีพิเศษ มีการขันที่ฟังแล้วไพเราะและโดดเด่น นกบางตัวอาจจะได้คะแนน0.5เพิ่มจาก 8 ในกรณีที่นกตัวนั้นมีลีลาการขันที่ดีและกรรมการเห็นพ้องต้องกันว่าควรจะให้ก็เป็นไปได้เช่นกัน การที่จะให้คะแนน 7 / 8 / 8.5 / 9 นั้นจะต้องคำนึงถึงหลักของเสียงนกตามที่นิยมดังนี้

1. คำหน้า - คำหน้าต้องยาว ชัด เน้น และคำหน้าจะต้องไม่แตกพร่า เช่น klauu, kleoo , klaoo, weoo ถือว่าเป็นคำหน้าที่ดี ส่วนนกที่มีคำหน้าเช่น huur, uuu และ hoo จะไม่ค่อยได้คะแนนดีนัก

2. คำกลาง - ชัดเจน ไม่ติดกันเป็นพรืด เช่น noklak หรือ ketelek ระหว่างสองพยางค์นั้นจะต้องมีช่องว่าง มีความชัด เช่น to หรือ tek เป็นที่นิยมกัน คำกลางจะต้องไม่ลากยาว ชัดเจน เป็นคำชัด เช่น ke-te หรือ to-tek

3. คำปลาย - ปลายที่ดีจะต้องตวัดขึ้น หนักแน่น ลากยาว คล้ายเสียงโกงของนกทางบ้านเรา เช่น kuuuung หรือ ndlosooorrr เป็นที่นิยมมาก ส่วนคำปลายอื่นๆก็ใช้ได้เช่นกัน เช่น koooooong และ kooooo

4. จังหวะโดยรวม - จังหวะต้องช้า เอื่อยๆ คำหน้าจะต้องเน้นช่วงกลาง คำกลางวางได้อย่างชัดเจน

5. น้ำเสียง - น้ำเสียงจะต้องแน่น เกลี้ยง ไม่มีเสียงแตกหรือเสียงกว๊าก

© CopyRight, All Rights reserved.

สงวนลิขสิทธิ์ในนาม nokkhao.com ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537