ประวัติการเล่นนกเขาชวาในอินโดนีเซีย

    วังNgayogjakarta
     

การเลี้ยงนกเขาชวาในอินโดนีเซีย เริ่มมาตั้งแต่สมัยใด ไม่มีใครทราบแน่ชัด เท่าที่พบในประวิติศาสตร์จะพบการเลี้ยงในวังหรือในคุ้มของเจ้านายเพื่อการผ่อนคลาย โดยเน้นที่การฟังเสียงของนก Prabu Brawijaya ที่ห้า ( เจ้าผู้ครองนครคนสุดท้ายของนคร Majapahit ) มีนกเสียงดีชื่อ Joko Mangu ครั้งหนึ่งเคยหลุดไป แต่พระองค์ท่านก็ได้นกตัวนั้นกลับมาเลี้ยงอีก โดยพบอีกครั้งที่แคว้นYogyakarta ที่อยู่ไกลออกไป ซึ่งก็เป็นอีกเรื่องราวในอดีตของความผูกพันธ์ระหว่างคนกับนกในอดีตกาลที่เคยพบในบันทึก

ต่อมาในสมัยองค์ราชา Mataram ผู้เป็นญาติที่สืบทอดเชื่อสายจากPrabu Brawijaya ได้จัดตั้งประเพณีการเล่นนกเขาชวาขึ้นมา โดยเริ่มจากในวังNgayogjakarta และประเพณีนี้รุ่งเรืองมากในสมัยของ Ingkang Sinuwun Sri Sultan Hamengku Buwono ที่เจ็ด (พ.ศ. 2420-2464) ได้มีการพัฒนาการเล่นและการฟังเสียงนกเขาชวาขึ้น มีการบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรด้วยความรักในนกขององค์สุลต่าน Hamengku Buwono ที่เจ็ดต่อนกของพระองค์ที่ชื่อ Monggang

ในสมัยต่อมาขององค์Sri Sultan Hamengku Buwono ที่ 8( พ.ศ.2464-2482), ในราชวังได้มีการจัดแข่งขันนกเขาชวาอยู่บ่อยครั้ง โดยใช้ชื่องานว่า Lurugan Beksi Berkutut และเป็นรากฐานของการแข่งขันนกในสมัยปัจจุบัน งานครั้งนั้นเป็นงานที่ยิ่งใหญ่มาก มีผู้มาร่วมงานจากทุกสารทิศ มีนกดังๆของเจ้านายฝ่ายสูง พ่อค้าใหญ่ แพทย์ และบุคคลผู้เป็นที่เคารพในสมัยนั้นส่งนกเข้าแข่งขันกันอย่างล้นหลาม มีการบันทึกกติกาการแข่งขันเป็นทางการและเก็บไว้ในราชวัง Mangkunegaran ส่วนผู้ที่ไม่เน้นการฟังนกเขาชวา ก็มีการเล่นที่ต่างออกไปคือเลี้ยงนกลักษณะ โดยชื่อว่านกเหล่านั้นจะให้คุณแก่ผู้เลี้ยง

ในสถานะของผู้ชายสมัยโบราณของอินโดนีเซีย ชายชาตรีจะต้องมีสิ่งสำคัญห้าสิ่ง เพื่อประกอบเป็นบุคคลผู้เพียบพร้อม ห้าสิ่งนั้นคือ 1. Wisma (บ้านเรือน) 2. garwa (ภรรยา)3. curiga (กริช)4. turangga (ม้า) และ 5. kulila (นกเขาชวา) ห้าสิ่งนี้ชายชาตรีชาวอินโดนีเซียจะต้องมีครอบครองเพื่อดำรงสถานะในสังคม เป็นผู้มีวัฒนธรรม นกเขาจึงเป็นสิ่งจำเป็นสิ่งหนึ่งของชาวอินโดนีเซีย เป็นสิ่งที่จะช่วยผ่อนคลายและความพึงพอใจ เมื่อนกเขาชวาขันไม่ว่าบุคคลใดได้ยินเข้า จะต้องหยุดฟังและเคลิบเคลิ้มไปกับเสียงเพลงจากธรรมชาติ ทั้งยังมีความเชื่อกันว่านกที่มีลักษณะดี จะให้โชคลาภแก่ผู้ที่ได้ครอบครอง แนวคิดนี้ยังคงอยู่มิเสื่อมคลายและสืบทอดกันมาจนถึงปัจจุบัน

   

องค์ Sri Sultan Hamengku Buwono ที่ 8

สมุนไพรที่ชาวชวาใช้รักษานกเขาคือ ใบของต้นมะกล่ำตาหนู saga (abrusprecatorius) พบมากในตอนกลางของเกาะชวา โดยมีอีกชื่อหนึ่งว่า sogo ที่ลักษณะบาง ลื่น ใบของมันจะมีรสขมนิดหน่อยแต่เมื่อรับประทานไปแล้วสักครู่จะมีความหวานเกิดขึ้น ยอดของมันจะมีสาร glyxyrrhzin ที่นำมาสกัดเป็นยาของคน หรือนำมาชงกับน้ำร้อนดื่มแก้กระหาย แก้เจ็บคอได้ เมื่อนกเสียงแหบหรือต้องการเตรียมนกก่อนแข่ง ชาวชวาจะนำใบของต้นsagaมาขยี้แล้วปั้นเป็นก้อนเท่าเมล็ดถั่วเล็กๆแล้วป้อนใส่ปากนก การป้อนก็ไม่จำเป็นต้องป้อนมาก แค่อาทิตย์ละครั้ง สามอาทิตย์ก็จะเห็นผล เป็นการรักษาเสียงของนก ทำให้เสียงเกลี้ยงชวนฟัง และช่วยรักษาอาการเจ็บป่วยด้วย

สูตรอาหารสำหรับนกแข่งของชาวชวา ไข่2-3ฟอง เอาแต่ไข่แดง กระเทียม 2กลีบ ขิง 3 หยิบมือ ดอกหญ้าgalingale 3 หยิบมือ เกลือทะเล ครึ่งช้อนโต๊ะ น้ำผึ้ง 5ช้อนโต๊ะ พริกไทยขาว ครึ่งช้อนชา นกส่วนผสมทั้งหมดมารวมกันแล้วตีพร้อมกับไข่ให้เป็นเนื้อเดียวกัน นำส่วนผสมนั้นมาคลุกกับมิลเล็ต 1 กิโลกรัม ข้าวกล้อง 1 กิโล ข้าวเหนียวดำ 2.5ขีด ข้าวฟ่างเม็ดเล็กสีอะไรก็ได้ 2.5ขีด เมล็ดพืชอย่างอื่น 1.5ขีด นำไปตากให้แห้ง แล้วเก็บไว้ในขวดกันอากาศและความชื้นเข้า สูตรนี้จะทำให้นกคึกและขันทนดีนักแล

การอาบน้ำให้นกของชาวชวาก็จะประณีตและพิถีพิถัน โดยนำเอาน้ำสะอาด มาผสมกับ ใบพลู และดอกไม้ต่างๆเช่น ดอกกระดังงา, ลั่นทมสีขาว, ลั่นทมสีเหลือง, มะลิ , กุหลาบแดง กุหลาบขาว และดอกculan culanเป็นดอกไม้ที่มีกลิ่นเหมือนกับมะพร้าว การนำนกมาอาบน้ำก็จะนำน้ำที่ผสมดอกไม้ต่างๆลงในชามอ่าง น ำนกจุ่มลงในน้ำ ล้างขนนกกับน้ำเบาๆ แล้วนำนกกลับใส่กรงผึ่งแดด ชาวชวามักจะนำนกมาอาบน้ำในช่วงบ่ายๆ เพื่อเตรียมเก็บนกเข้าบ้านต่อไป

© CopyRight, All Rights reserved.

สงวนลิขสิทธิ์ในนาม nokkhao.com ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537