|
|
![]() |
|
|
การเลี้ยงนกเขา
|
||
|
1. อาหารที่สมบูรณ์ นกเขาเป็นสัตว์กินพืช อาหารหลักของนกเขาได้แก่ เมล็ดพืช เมล็ดหญ้า โดนนกจะกินเมล็ดพืชทั้งเมล็ดไปทั้งหมด ไม่มีการแกะเปลือกเหมือนนกชนิดอื่นๆ ขนาดของเมล็ดพืชก็สำคัญ นกเขาตัวเล็กเช่นนกเขาชวา ไม่สามารถกินเมล็ดพืชขนาดใหญ่ได้ ส่วนมากผู้เลี้ยงจะให้ข้าวเปลือกนกเขา โดยก่อนให้จะต้องทำการล้างเอาฝุ่นและสิ่งสกปรกออกเสียก่อน ตากแดดให้แห้งแล้วเก็บไว้ในขวดหรือภาชนะที่กันชื้น มอดหรือแมลงต่างๆ เมล็ดพืชรวมเช่นมิลเล็ต และนกเขาตัวโตเช่นนกเขาใหญ่ เมล็ดพืชที่เหมาะกับนกเขาใหญ่ก็จะเป็นข้าวฟ่าง ข้าวโพด หรือข้าวเปลือกก็ได้ หรืออาจให้อาหารเสริมกับนกบ้างบางครั้งเช่น ดอกหญ้าปากควาย ข้าวไรน์ช่วยบำรุงขน ถั่วเขียวบดหยาบๆเป็นแหล่งโปรตีนชั้นดีช่วยระบายและลดความร้อนของร่างกายนกเนื่องจากมีฤทธิ์เย็น งาดำมีน้ำมันที่จำเป็นสำหรับหนังและเส้นขน เมล็ดผักเสี้ยน อาหารเสริมควรจะให้ประจำ ในกรณีที่นกได้มาใหม่มีร่างกายซูบผอมสามารถให้บ่อยครั้งกว่านกปรกติ หากให้กินมากไปจะทำให้ขันไม่ทน และอ้วน การให้อาหารเสริม ควรให้ในภาชนะแยกต่างหาก ไม่ควรผสมรวมกับข้าวเปลือก เพราะนกจะเลือกกินอาหารเสริมก่อนจนหมด
2. ถ้วยน้ำ น้ำที่ให้นกควรจะเป็นน้ำสะอาด ไม่จำเป็นต้องเป็นน้ำต้มก็ได้ หากใช้น้ำประปา ควรพักไว้สักสองสามวันเพื่อให้คลอรีนระเหยออกหมดก่อนจึงเหมาะสำหรับนก สำหรับกรงนกที่ตากแดดนานๆ ควรเปลี่ยนน้ำทุกวัน เพราะน้ำในภาชนะในกรงจะร้อนและหากนกกินบ่อยๆจะทำให้เป็นโรคกระออบน้ำ 3. แสงแดด แสงแดดเป็นปัจจัยที่สำคัญอีกอย่างสำหรับนก เพราะนกเขาชวาและนกเขาใหญ่เป็นสัตว์ที่มีถิ่นกำเนิดในเขตร้อน มักชอบอาบแดดและตากปีกเพื่อกำจัดปรสิตตามขนของมัน วันใดที่มีแสงแดดจ้า นกจะลงมาที่พื้นกรงและนอนอาบแดดอย่างสบายอารมณ์ นกเขาจะชอบขันในวันที่มีแสงแดดและอากาศแจ่มใส หากนกที่บ้านไม่ค่อยได้อาบแดด นกนั้นจะขันน้อยลง สุขภาพนกจะอ่อนแอ เนื่องจากแสงแดดให้วิตามินและช่วยในการย่อยอาหารของนกด้วย |
4. ดินดำ ดินดำจะเป็นแหล่งแร่ธาตุอีกแหล่งหนึ่งที่ช่วยเสริมธาตุอาหารสำหรับนกเขา การให้ดินดำแก่นกเขาควรจะให้ในภาชนะแยกต่างหาก ดินดำเป็นส่วนผสมที่ทำมาจากดินจอมปลวก ดินโป่ง ผสมสมุนไพรหรือน้ำแกงที่มีพริกเป็นส่วนประกอบ ดินดำนี้จะเป็นยาระบายอ่อนๆ และทั้งยังเสริมภูมิต้านทานให้แก่นกอีกด้วย 5. กรวดทราย สิ่งจำเป็นสำหรับการย่อยอาหารของนก ยังรวมไปถึงเปลือกหอย เปลือกไข่ทุบละเอียดหรือหยาบซึ่งเป็นแหล่งแคลเซียมเพื่อเสริมสร้างกระดูกและขน ไม่ต้องตกใจที่คุณจะเห็นนกเขาเดินจิกกินก้อนกรวดเล็กๆบนพื้นดิน ทั้งนี้เนื่องจากนกเขาต้องการกรวดเม็ดเล็กๆไปช่วยในการย่อยอาหารในกระเพาะของมัน โดยขณะที่กระเพาะอาหารกำลังย่อยเมล็ดพืชที่กินเข้าไป กรวดจะช่วยบดให้อาหารย่อยได้เร็วยิ่งขึ้น กรวดจึงเป็นสิ่งจำเป็นมากสำหรับนกที่อยู่ในกรงเพราะนกไม่สามารถหากรวดมาช่วยย่อยเหมือนอยู่ตามธรรมชาติ 6. เกลือแร่ เป็นสิ่งจำเป็นเช่นกัน นกเป็นสัตว์กินพืช ไม่มีโอกาสได้เกลือแร่ครบถ้วนเหมือนสัตว์กินเนื้อ นกตามธรรมชาติเลยต้องหากินดินโป่งที่มีเกลือตามพื้นดินกินเพื่อเสริมความแข็งแรงให้กับร่างกาย การให้กินเกลือมากมีผลต่อเสียงของนกด้วยเช่นกัน ถ้านกกินมากไปนกจะคอแห้งเสียงไม่เพราะ เกลือทะเลเป็นเกลือที่มีโซเดียมมาก บางครั้งอาจเป็นอันตรายต่อนก การให้ดินดำและทรายก็เป็นการชดเชยการขาดเกลือแร่ได้เช่นกัน หรือบางตำราในสมัยก่อน เขาเอาดินลูกรังหรือดินจากภูเขามาตากแดด นำไปใส่ไว้ให้นกกินก็มี 7. กรงที่เลี้ยงนกนั้นต้องเป็นกรงที่มีการป้องกันการกระแทกในกรณีที่นกดิ้น กรงที่ดีจะต้องมีแผ่นรองเพดานกรงซึ่งทำจากผ้าขึงเป็นรูปวงกลม เพราะในเวลาที่นกดิ้นนกอาจจะบินกระแทกกับกรงบางครั้งทำให้นกบาดเจ็บจนหนังถลอกทำให้นกกลัวและหวาดระแวง 8. กรณีของนกเขาใหญ่ ไม่ควรเลี้ยงให้คุ้นกับเจ้าของไม่ควรล่อหรือเรียก เพราะนกจะคูเมื่อเห็นเจ้าของ ทำให้นกไม่รบนกตัวอื่น 9. เปลี่ยนที่แขวนบ่อยๆ พาออกจากบ้านบ่อยๆเพื่อให้นกชินกับการเดินทาง พาไปสนามซ้อมให้เห็นนกตัวอื่นบ้าง 10. นกที่ขันสะดุด อาจมาจากนกอ้วนเกินไป นำอาบน้ำกราดแดดบ่อยๆ ปล่อยบินออกกำลังในกรงใหญ่บ่อยๆเพื่อให้กล้ามเนื้อกระชับ จะขันได้ดีขึ้น © CopyRight, All Rights reserved. สงวนลิขสิทธิ์ในนาม nokkhao.com ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
|
|