ไข้หวัดนก
                     
  ที่มา : กองควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข

 

เมื่อปี 2004 ได้เกิดการระบาดของไข้หวัดนกชนิด H5N1ทำให้สัตว์เลี้ยงจำนวนมากมายเสียชีวิต รวมทั้งคนจำนวนหนึ่ง ทำให้องค์การอนามัยโลกเกิดความสงสัยถึงการระบาดของเชื้อโรค แหล่งแพร่เชื้อโรค วิธีการติดต่อจากสัตว์สู่คน

เชื้อไข้หวัดนกเกิดจากเชื้อในสายพันธ์ Avian influenza type A H5N1โดยมีนกป่าและเป็ดป่าเป็นภาหะของโรคสัตว์ป่าเหล่านี้จะมีความทนทานต่อโรค เมื่อสัตว์เลี้ยงเช่นไก่ได้รับก็เกิดการระบาดของโรคอย่างรวดเร็วทำให้สัตว์เลียงล้มตายเป็นจำนวนมาก ที่ผ่านมาเชื้อนี้จะไม่ติดต่อไปยังคนหรือสัตว์เลี้ยงอื่น

องค์การอนามัยโลกให้ความสนใจว่าการติดเชื้อมาจากการปนเปื้อนอาหารหรือไม่ จากการศึกษายังไม่พบหลักฐานว่ามีการติดต่อทางอาหาร
เป็นเป็นพาหะที่สำคัญของโรค พบเชื้อไข้หวัดนกในเป็ดที่แช่เย็น แสดงว่าการแช่เย็นไม่ได้ฆ่าเชื้อหรือทำให้เชื้อลดลง แต่การทำอาหารให้สุกอุณหภูมิมากกว่า 70 องศาจะฆ่าเชื้อโรคได้

การที่ไม่ควบคุมการระบาดทั้งแต่เริ่มแรกทำให้เชื้อโรคกระจายไปทั่วประเทศจนกลายเป็นเชื้อประจำถิ่น(Endemic)จึงยากที่จะควบคุม เมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านเช่นฮ่องกงซึ่งระบาดเมื่อปี 1997 ซึ่งมีผู้เสียชีวิตไปหลายคน แต่ฮ่องกงก็ไม่มีการระบาดครั้งที่สองหรือต่อเนื่องเป็นปี สถานการณ์ขณะนี้มีความจำเป็นที่จะต้องร่วมมือกันทุกฝ่ายเพื่อที่จะควบคุมโรคมิให้ระบาดจากคนไปสู่คน

เชื้อไข้หวัดนกมีด้วยกันหลายสายพันธุ์แต่ให้ความสนใจเชื้อ H5N1เนื่องจากเชื้อนี้กลายพันธุ์ได้เก่ง และมีความสามารถรับพันธุกรรมจากไวรัสชนิดอื่นได้ง่าย เชื้อนี้เมื่อเกิดโรคในคนทำให้เกิดอาการรุนแรง
ข้อที่สำคัญอีกข้อหนึ่งคือสัตว์ที่ไม่ตายจะยังคงแพร่เชื้อโรคอีก 10 วัน
ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าการกำจัดแหล่งที่มีการระบาดของเชื้อโรคอย่างรวดเร็วจะป้องกันการระบาดครั้งใหญ่ของไวรัสสายพันธ์ใหม่เพราะจากสถิติพบว่าทุก100 ปีจะมีการระบาด 3-4 ครั้ง

วิธีป้องกันการระบาดของไข้หวัดนกมีขั้นตอนดังนี้

ต้องกำจัดแหล่งติดเชื้ออย่างรีบด่วน

คนที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อเช่นคนงานที่ทำในฟาร์มควรจะได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดเพื่อป้องกันไม่ให้ไข้หวัดนกและไข้หวัดใหญ่มาเกิดในคนเคียวกัน ซึ่งจะทำให้เกิดการกลายพันธ์

คนที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อต้องได้รับประทานยาต้านไวรัส

ผู้ที่ทำลายสัตว์ต้องสวมชุดเพื่อป้องกันการติดเชื้อ

อาการของการติดเชื้อไข้หวัดนกในคน
ระยะฟักตัวในคนสั้น ประมาณ 1 ถึง 3 วัน ในคนอาจมีอาการทางระบบทางเดินหายใจแบบเฉียบพลัน มีไข้สูง หนาวสั่น ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ อ่อนเพลียมีน้ำมูกไอและเจ็บคอบางครั้งพบว่ามีอาการตาแดงซึ่งจะหายเองได้ภายใน2ถึง7วัน หากมีอาการแทรกซ้อนจะมีอาการรุนแรงถึงปอดบวมและเกิดระบบหายใจล้มเหลว(Acute Respiratory Distress Syndrome)ได้ โดยเฉพาะในเด็กและผู้สูงอายุ
 

การวินิจฉัยไข้หวัดนก
ตรวจรังสีปอดพบว่ามีปอดบวม หรือมีอาการหายใจวาย / มีประวัติการไปแหล่งระบาดของไข้หวัดนก 10 วันนับตั้งแต่เกิดอาการ ร่วมกับมีอาการดังต่อไปนี้ มีไข้มากกว่า 28 องศา และ มีอาการทางเดินระบบหายใจ เช่น ไอ เจ็บคอ หายใจหอบ และ ประวัติสัมผัสกับสัตว์ที่เป็นโรค หรือสัมผัสกับคนป่วยภายใน 10 วันก่อนเกิดอาการ

การติดต่อของโรคไข้หวัดนก
การติดต่อไข้หวัดนกจากสัตว์สู่คนได้ 2 วิธี
-ได้รับเชื้อจากสัตว์หรือสิ่งแวดล้อม เช่น
-ได้รับสารคัดหลั่งเช่น น้ำลาย อุจาระจากนกที่ติดเชื้อ
-การเคลื่อนย้ายของสัตว์ที่เป็นโรคจากเล้าหนึ่งไปยังอีกเล้าหนึ่ง
-ปนเปื้อนจากอุปกรณ์การเลี้ยงเช่น รังสำหรับวางไข่ รางอาหาร เสื้อผ้าและรองเท้าคนเลี้ยง
-ได้รับเชื้อจากนกที่อพยพ สัตว์ป่า ไก่ป่า
-น้ำดื่มที่ปนเปื้อนอุจาระของสัตว์ที่เป็นโรค
-แมลงจากกองขยะที่มีเชื้อโรค
-การติดต่อทางอากาศหากนกใกล้ชิดกันมาก

 

การติดจากพาหะของโรคเช่นหมู
การกลายพันธุ์สามารถเกิดได้ในหมูหรือคนหากเกิดการติดเชื้อทั้งไข้หวัดนก และไข้หวัดใหญ่พร้อมกันทำให้เชื้อไข้หวัดใหญ่มีการแลกเปลี่ยนทางพันธุกรรม ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่จะต้องตรวจหาตัวเชื้อไวรัสไข้หวัดนกในคนเพื่อตรวจดูว่ามีการกลายพันธุ์หรือไม่

การป้องกันการติดเชื้อในคน
เชื้อไข้หวัดสามารถติดต่อทางเสมหะที่เกิดจากการไอ เนื่องจากเสมหะมีขนาดใหญ่ ( >5 ? ) การติดต่อต้องอยู่ใกล้(น้อยกว่า 3 ฟุต) ดังนั้นหากเข้าใกล้ต้องใส่หน้ากากอนามัย
ป้องกันไม่ให้เสมหะเข้าปากหรือจมูกโดยการล้างมือบ่อยๆ

การป้องกันการระบาด
-เจ้าหน้าที่ที่ทำลายสัตว์ เจ้าของฟาร์มที่มีการระบาด รวมทั้งเจ้าหน้าที่ที่รักษาผู้ป่วยที่ติดไข้หวัดนกต้องได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ เพื่อป้องกันมิให้เชื้อไข้หวัดทั้งสองชนิดมีโอกาสเจอกัน
-ต้องมีระบบคัดกรองผู้ที่สงสัยว่าจะเป็นไข้หวัดนก ออกจากผู้ป่วยอื่นทั้งผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน
-ผู้ป่วยที่มีอาการไอหรือจาม ต้องใช้ tissue ปิดปากและจมูก
-จัดให้มี alcohol สำหรับเช็ดมือ
-แยกผู้ป่วยที่มีอาการไอออกจากผู้อื่นอย่างน้อย 3 ฟุต


 

การป้องกันการติดเชื้อในโรงพยาบาล
-ต้องให้ผู้ป่วยนอนห้องแยก
-หากต้องเคลื่อนย้ายผู้ป่วยออกนอกห้องต้องสวมหน้ากากอนามัยทุกครั้ง
-ห้ามแพทย์หรือญาติที่เป็นหวัด เยี่ยมผู้ป่วย หากจะเข้าใกล้ผู้ป่วยน้อยกว่า 3 ฟุตต้องสวมหน้ากากอนามัยทุกครั้ง
ผู้ที่จะเข้าไปดูแลผู้ป่วยต้องสวมถุงมือ เสื้อคลุมทุกครั้ง และถอดออกเมื่อออกนอกห้อง
-ล้างมือก่อนและหลังสัมผัสผู้ป่วยทุกครั้ง

คำแนะนำเกี่ยวกับการสัมผัสไก่ในบริเวณที่มีการระบาด
-ให้หลีกเลี่ยงการสัมผัส เป็นหรือสัตว์เลี้ยงอื่น เด็กๆไม่ควรอยู่ใกล้สัตว์หรืออุ้มสัตว์
-อย่านำสัตว์เลี้ยงไม่ว่ามีชีวิตหรือตายไปบ้านอื่น
-หลีกเลี่ยงการใกล้ชิดกับคนหรือสัตว์เลี้ยงที่มีการตายของไก่ในฟาร์มหรือมีการทำลายไก่ในฟาร์ม
-หากคุณเข้าในสิ่งแวดล้อมของฟาร์มที่มีไก่ตาย ให้ล้างมือให้สะอาดและคุณต้องวัดไข้เป็นเวลา 7 วัน หากมีไข้สูงให้พบแพทย์
-หากคุณสัมผัสกับไก่ที่ตาย หรือสัมผัสกับสารคัดหลั่งให้ปรึกษาแพทย์ว่าต้องยารักษาหรือไม่

การติดต่อของไข้หวัดนกไปสู่คน
เชื้อไข้หวัดใหญ่พบได้ในสัตว์เกือบทุกชนิด นกเป็นสัตว์ที่สามารถเป็นไข้หวัดใหญ่ได้ทุสายพันธุ์ และบางสายพันธ์ก็เกิดการระบาดในคนเช่น H3N2, H2N2, H1N1, and H1N2. H1N1 and H3N2 เชื้อไข้หวัดนกสามารถติดต่อข้ามสายพันธุ์จากนกไปสู่คนได้หลายครั้งดังบทความข้างต้น การติดต่อสู่คนมีด้วยกัน 2 วิธีคือ
ติดต่อโดยตรงจากนกหรือสัตว์เลี้ยงสู่คน
ติดต่อโดยไปติดเชื้อสัตว์อื่นก่อน เช่นหมู
เมื่อคนหรือหมูได้รับเชื้อไข้หวัดนกโดยที่เชื้อนั้นยังไม่มีการกลายพันธุ์ก็ไม่มีการแพร่เชื้อจากคนหนึ่งไปอีกคนหนึ่ง แต่หากคนหรือสัตว์นั้นมีการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่และไข้หวัดนกพร้อมกัน และเกิดการกลายพันธุ์ชนิดที่เรียกได้ว่าเกิดสายพันธุ์ใหม่ซึ่งอาจจะทำให้เกิดการติดเชื้อจากคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่ง ซึ่งองค์การอนามัยโลกคาดการณ์ว่าอาจจะเกิดขึ้นมาและทำให้คนเสียชีวิตเป็นล้านๆคน
 

มีต่อ