|
|
|
|
อันตรายของเชื้อราในเมล็ดพืช ที่เป็นอาหารนกเขา
|
|
|
ประเทศในแถบเอเชียตะวันตกเฉียงใต้จะมีอากาศร้อนชื้นเป็นเวลาหลายเดือนต่อปี เมื่ออากาศชื้น จะเป็นสภาวะแวดล้อมที่เหมาะแก่การเจริญเติบโตของเชื้อราในเม็ดพืชหลายชนิด เช่น ข้าว ข้าวโพด ข้าวฟ่าง ปลายข้าว ที่เป็นอาหารหลักของนกเขา และรวมไปถึงอาหารสัตว์ต่างๆ สารพิษที่เกิดจากเชื้อราบางจำพวก เป็นอันตรายต่อนกเขาและสัตว์เลี้ยงได้ ถ้ากินเข้าไปเป็นจำนวนมาก สารพิษที่ชื่อว่า mycotoxin(ไมโคท็อกซิน) จะถูกแบ่งแยกย่อยเป็นสารอีกหลายชนิดเช่น อะฟลาท็อกซิน(aflatoxin) อะฟลาทอกซิน คือ สารพิษที่เกิดจากเชื้อรา สายพันธุ์แอสเปอร์จิลลัส ฟลาวัส (Aspergillus flavus) และแอสเปอร์จิลลัส พาราซิติคัส (Aspergillus paraciticus) เชื้อราสายพันธุ์เหล่านี้เจริญเติบโตได้ดีในภูมิอากาศแบบร้อนชื้น สารพิษจากเชื้อราชนิดนี้มีสมบัติเป็นพิษต่อคน สัตว์และพืช สารอะฟลาทอกซินเกิดจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างโมเลกุลทางชีวภาพหรือขบวนการเผาผลาญอาหารชนิดทุติยภูมิของเชื้อรา ทําให้ เชื้อราสร้างสารพิษได้หลายชนิด เช่น อะฟลาทอกซินชนิด บี1 และอะฟลาทอกซินชนิด บี2 อะฟลาทอกซินมีสมบัติละลายนํ้าได้เล็กน้อย ทนต่อความร้อนสูงถึง 250 องศาเซลเซียส ดังนั้นอะฟลาทอกซินจึงไม่ถูกทําลายหรือเสื่อมสลายจากขบวนการหุงต้มทั่ว ๆไป เช่น ต้ม อบ หรือนึ่ง มีสารเคมีบางชนิดสามารถลดความเป็นพิษหรือทําลายพิษของอะฟลาทอกซินได้บ้าง เช่น แอมโมเนีย ด่างแก่ โซเดียมไฮโปคลอไรท์ ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ ซึ่งจะทําให้โครงสร้างของอะฟลาทอกซินเปลี่ยนแปลงไปในสภาวะด่าง แต่สามารถกลับสู่โครงสร้างเดิมได้ในสภาวะกรดหรือกลาง ดังนั้น จึงไม่สามารถใช้วิธีการเหล่านี้ทําลายอะฟลาทอกซินให้หมดได้ อีกทั้งวิธีการแบบนี้เป็นการสิ้นเปลือง และมีสารตกค้างอีกได้ แต่อะฟลาทอกซินจะเสื่อมสลายได้ภายใต้แสงอัลตราไวโอเลต แสงแดด และรังสีแกมมา เชื้ออฟลาทอกซินเกิดได้ดีภายใต้ความชื้นร้อยละ 18-30 อุณหภูมิ 43-63 องศาเซลเซียส เมล็ดพืชที่เสื่อมสภาพ แตกหัก หรือเสียหายจากการทําลายของแมลง นก หรือหนู ซึ่งจัดเป็นแหล่งอาหารที่อุดมสมบูรณ์ของเชื้อราแอสเปอร์จิลลัส ฟลาวัส และแอสเปอร์จิลลัส พาราซิติคัส ภูมิอากาศแบบร้อนชื้นทําให้เชื้อราเจริญเติบโต และสามารถสร้างสารพิษอะฟลาทอกซินได้ดี โดยสารพิษจะอยู่ภายในเมล็ดพืชหรือวัตถุดิบเหล่านั้น และไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ประเทศไทยอยู่ในภูมิอากาศดังกล่าวจึงทําให้มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดสารพิษอะฟลาทอกซินกับผลิตผลทางการเกษตร การออกฤทธิ์ของสารพิษอะฟลาทอกซิน การนําอาหารสัตว์ที่มีการปนเปื้อนของอะฟลาทอกซินไปเลี้ยงสัตว์ เป็นสาเหตุสํ าคัญที่ทําให้เกิดการสูญเสียทางเศรษฐกิจด้านการปศุสัตว์ รวมทั้งผลผลิตและผลิตภัณฑ์ที่ได้จากสัตว์ เช่น สัตว์มีอัตราการ เจริญเติบโตลดลง อัตราการตายเพิ่มขึ้น ผลผลิตเนื้อ นม ไข่ลดลง คุณภาพไข่ลดลง ขนาดไข่ลดลง การฟักไข่ลดลง เปลือกไข่บางลง นอกจากนี้อะฟลาทอกซินยังสามารถผ่านไปตามกระแสโลหิต เกิดการสะสมในเนื้อเยื่ออวัยวะต่างๆและผ่านไปสู่ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากสัตว์ เมื่อคนบริโภคผลิตภัณฑ์ที่ได้จากสัตว์ อะฟลาทอกซินก็สามารถถ่ายทอดสู่คนได้เช่นกัน ในลูกเป็ดที่ได้รับสารอะฟลาทอกซิน การเกิดพิษแบบเฉียบพลัน จะแสดงอาการชักและตายภายใน 2-3 วันหลังจากได้รับสารพิษ พบลักษณะหัว คอ และขาบิดไปข้างหน้า ลําตัวแอ่นไปข้างหน้า มีจุดเลือดออกใต้ผิวหนังและอวัยวะภายใน ตับโตสีเหลืองซีด ไต ตับอ่อนและม้าม ขยายใหญ่ มีอาการบวมนํ้ารอบๆหัวใจและน่อง กรณีเกิดพิษแบบเรื้อรังเซลล์ตับจะเปลี่ยนแปลงเป็นเซลล์มะเร็ง ซึ่งพบในลูกเป็ดที่เลี้ยงด้วยอาหารที่ปนเปื้อนอะฟลาทอกซิน 35 ไมโครกรัมต่ออาหาร 1 กิโลกรัม เป็นเวลา 14 เดือน |
สําหรับในโคและกระบือนั้น
การเกิดพิษในลูกโคและกระบือนั้นมีความรุนแรงมากกว่าในโคและกระบือตัวโตเต็มวัย
ลูกโคและกระบือจะแสดงอาการกระสับกระส่าย
พยายามถ่ายหรือเบ่งมากจนทวารหนักทะลักออกมาและตายในที่สุด ในแม่โคนมแสดงอาการ
ซึม เบื่ออาหาร นํ้าหนักลด นํ้านมลด และมีอาการท้องมาน อวัยวะภายในต่างๆบวมนํ้า
มีการเพิ่มปริมาณของเนื้อเยื่อเกี่ยวพันของตับ เซลล์บุท่อนํ้าดีเพิ่มจํานวนมากขึ้นเซลล์บุหลอดเลือดดําของตับอักเสบอย่างเรื้อรัง
ตับขยายใหญ่ขึ้น
สําหรับในคนนั้น อะฟลาทอกซินสามารถแพร่กระจายเข้าสู่ร่างกายได้ทั้งทางตรง โดยการบริโภคผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรที่ปนเปื้อนสารพิษอะฟลาทอกซิน เช่น ถั่วลิสง และทางอ้อมโดยการบริโภคผลิต ภัณฑ์จากสัตว์ที่มีการปนเปื้อนสารอะฟลาทอกซิน โดยสัตว์เหล่านี้ก็ได้รับสารอะฟลาทอกซินจากอาหารสัตว์ที่มีส่วนผสมของผลิตผลทางการเกษตรที่ปนเปื้อนสารอะฟลาทอกซิน โรคที่ตรวจพบในคนอันเนื่องมาจากสารอะฟลาทอกซิน ได้แก่ โรคมะเร็งตับ โรคตับอักเสบ โรคตับแข็ง โรคสมองอักเสบ นอกจากนี้ยังพบความผิดปกติที่อวัยวะอื่นร่วมด้วย เช่น เซลล์ปอดผิดปกติ เซลล์หลอดลมผิดปกติ การที่ผู้เลี้ยงนกนำเอาเมล็ดพืชที่มีสารอะฟลาท็อกซินไปเลี้ยงนกเขา จึงเป็นเหตุทำให้นกมีอาการเจ็บป่วย ไข่ลดลง ไม่แข็งแรง หรือมีอาการเจ็บป่วยต่างๆที่ผู้เลี้ยงไม่สามารถหาสาเหตุได้ ดังนั้นการป้องกันนกของท่านจากสารอะฟลาท็อกซินโดยการให้เมล็ดพืชที่ปราศจากสารอะฟลาท็อกซิน จึงเป็นสิ่งที่ควรกระทำ เพื่อป้องกันการสูญเสียต่อนกราคาแพงของท่าน
การป้องกันการปนเปื้อน ในฤดูกาลเก็บเกี่ยว เมื่อได้เมล็ดพืชใหม่ๆมา เราสามารถเตรียมเมล็ดพืชให้ปลอดจากเชื้อราได้ ป้องกันไม่ให้เกิดสารพิษอะฟลาทอกซิน มีวิธีการที่ง่าย แต่ต้องใช้เวลาในการเตรียม คือ - คัดเลือกเมล็ดพืชที่ผ่านการเพาะปลูกให้ปลอดภัยจากแมลง นกหรือหนูที่จะมาทําลายเมล็ดพืช รวมถึงกระบวนการเก็บเกี่ยว การขนส่ง การบรรจุผลิตภัณฑ์ และการเก็บรักษาผลผลิตให้สะอาด ปลอดภัย ถูกสุขอนามัย รวมทั้งมีอากาศถ่ายเทอย่างสมํ่าเสมอ - ป้องกันเมล็ดพืชไม่ให้เสื่อมสภาพหรือแตกหัก เปลือกกะเทาะเสียหาย โดยคัดเลือกเมล็ดพันธุ์ที่มีคุณภาพดี สด ใหม่ คัดแยกเมล็ดที่เสื่อมสภาพหรือแตกหักเสียหายออก - นำเมล็ดพืชนั้นๆมาล้างหรือฝัดเอาฝุ่นผงออก - นําเมล็ดพันธุ์พืชที่ผ่านการคัดเลือก มาตาก ผึ่งแดด สักสองสามครั้ง ให้ความชื้นลดลง แล้วเก็บไว้ในขวดโหล ภาชนะที่ปิดสนิท เก็บในสถานที่สะอาด มีอากาศถ่ายเทดี - รักษาความสะอาด กําจัดและทําลายแหล่งปนเปื้อนสารพิษ เช่น ถ้วยข้าว ถ้วยอาหาร อุปกรณ์ผสมอาหาร ภาชนะใส่อาหารสัตว์ นำอาหารนกเก่าๆทิ้งไป ให้อาหารที่ใหม่สด และสะอาด
เอกสารอ้างอิง : อะฟลาทอกซิน (AFLATOXIN) ในผลิตผลทางการเกษตร โดย อภิษฐา ช่างสุพรรณ |